What we have learnt from Universal Design Week with Grace Jun


หลังจาก Universal Design Talk และ Design for Disability and Aging Workshop ผ่านพ้นไปเมื่ออาทิตย์ที่เเล้ว เราได้รับความรู้ จากการลงมือทำมากมายในเวิร์คชอปต่างๆที่จัดขึ้น สำหรับงานนี้ IDE Node ย่านห้วยขวาง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของ  IDE Network เชิญวิทยากร Grace Jun มาร่วมกับทำงานกับเรา 1  สัปดาห์ จากกิจกรรมที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้อะไรกันบ้าง มาติดตามกัน

1 . เปิดมุมมองใหม่ (See Different) 

เปิดมุมมองใหม่ จากการที่เราเข้าใจว่าเสื้อผ้ามันไม่ใช่แค่ใส่สวยๆ แต่ถ้าเราสามารถเอาเทคโนโลยีอะไรเข้าไปได้ มันก็จะกลายเป็น Platform ที่สามารถใช้งานได้จริง

2. เริ่มจากการคิดใหญ่ (Think Big)

คำว่า Universal Design  ใช่ว่าจะแปลตรงตัวเสมอไป แต่เป็นการออกแบบเพื่อให้เหมาะสมกับทุกบริบท และแก้ปัญหาได้ตรงจุด เพื่อการใช้ชีวิตอย่างสะดวกและสบายขึ้นกว่าเดิม Grace Jun ถือเป็นบุคคลตัวอย่างที่นำการออกแบบปรับใช้ข้ามสายร่วมกับเทคโนโลยี เพื่อช่วยเหลือคนประสบปัญหาทางด้านกายภาพที่ปรับใช้ได้กับทุกบริบทและสำหรับคนที่ต้องการใช้ทั่วโลก คิดแบบนี้สิถึงจะคิดใหญ่

3. ลงมือทำจากเท่าที่ทำได้ (Act Small) 

ไม่ใช่เเค่นั่งฟังอย่างเดียว เราได้ลงมือทำไปด้วย ทั้งเย็บผ้า ต่อวงจรไฟ และการคิดต่อยอดเพื่อการใช้งาน งานนี้เราขอขอบคุณคุณลุง คุณป้า คนพิการ คุณหมอ นักศึกษา ที่เข้ามาร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน

แต่ที่แน่ๆ อายุหรือข้อจำกัดร่างกาย…ไม่ใช่อุปสรรคในการเรียนรู้ร่วมกัน

(There is no barriers in the world, if you want to learn something.)

อายุไม่ใช่อุปสรรคในการเรียนรู้ร่วมกันเลย ตั้งเเต่การเริ่มต่อวงจร เทคโนโลยี เย็บ ปัก และการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน IDE ขอขอบคุณกลุ่มคนพิการที่มีความสามารถเปี่ยมล้นจากกล่องดินสอ กลุ่มคุณหมอผู้เชี่ยวชาญจากรามาธิบดีและมหาวิทยาลัยมหิดล ลุงกับป้าที่มากไปด้วยความสามารถจากโรงเรียนผู้สูงอายุห้วยขวาง ที่สนใจเข้าร่วม สนุกและมีความสุขไปพร้อมกับกิจกรรม

Special thanks: all participants; elderly schools, disability guests from Klong Dinsor

Credit Feedback: Ploy IDE, P Tor, the Founder of Klongdinsor

What we have learnt from Universal Design Week with Grace Jun


April 16,2018

หลังจาก Universal Design Talk และ Design for Disability and Aging Workshop ผ่านพ้นไปเมื่ออาทิตย์ที่เเล้ว เราได้รับความรู้ จากการลงมือทำมากมายในเวิร์คชอปต่างๆที่จัดขึ้น สำหรับงานนี้ IDE Node ย่านห้วยขวาง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของ  IDE Network เชิญวิทยากร Grace Jun มาร่วมกับทำงานกับเรา 1  สัปดาห์ จากกิจกรรมที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้อะไรกันบ้าง มาติดตามกัน

1 . เปิดมุมมองใหม่ (See Different) 

เปิดมุมมองใหม่ จากการที่เราเข้าใจว่าเสื้อผ้ามันไม่ใช่แค่ใส่สวยๆ แต่ถ้าเราสามารถเอาเทคโนโลยีอะไรเข้าไปได้ มันก็จะกลายเป็น Platform ที่สามารถใช้งานได้จริง

2. เริ่มจากการคิดใหญ่ (Think Big)

คำว่า Universal Design  ใช่ว่าจะแปลตรงตัวเสมอไป แต่เป็นการออกแบบเพื่อให้เหมาะสมกับทุกบริบท และแก้ปัญหาได้ตรงจุด เพื่อการใช้ชีวิตอย่างสะดวกและสบายขึ้นกว่าเดิม Grace Jun ถือเป็นบุคคลตัวอย่างที่นำการออกแบบปรับใช้ข้ามสายร่วมกับเทคโนโลยี เพื่อช่วยเหลือคนประสบปัญหาทางด้านกายภาพที่ปรับใช้ได้กับทุกบริบทและสำหรับคนที่ต้องการใช้ทั่วโลก คิดแบบนี้สิถึงจะคิดใหญ่

3. ลงมือทำจากเท่าที่ทำได้ (Act Small) 

ไม่ใช่เเค่นั่งฟังอย่างเดียว เราได้ลงมือทำไปด้วย ทั้งเย็บผ้า ต่อวงจรไฟ และการคิดต่อยอดเพื่อการใช้งาน งานนี้เราขอขอบคุณคุณลุง คุณป้า คนพิการ คุณหมอ นักศึกษา ที่เข้ามาร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน

แต่ที่แน่ๆ อายุหรือข้อจำกัดร่างกาย…ไม่ใช่อุปสรรคในการเรียนรู้ร่วมกัน

(There is no barriers in the world, if you want to learn something.)

อายุไม่ใช่อุปสรรคในการเรียนรู้ร่วมกันเลย ตั้งเเต่การเริ่มต่อวงจร เทคโนโลยี เย็บ ปัก และการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน IDE ขอขอบคุณกลุ่มคนพิการที่มีความสามารถเปี่ยมล้นจากกล่องดินสอ กลุ่มคุณหมอผู้เชี่ยวชาญจากรามาธิบดีและมหาวิทยาลัยมหิดล ลุงกับป้าที่มากไปด้วยความสามารถจากโรงเรียนผู้สูงอายุห้วยขวาง ที่สนใจเข้าร่วม สนุกและมีความสุขไปพร้อมกับกิจกรรม

Special thanks: all participants; elderly schools, disability guests from Klong Dinsor

Credit Feedback: Ploy IDE, P Tor, the Founder of Klongdinsor